เอ็มไออาร์เวิลด์วายด์


MIR WORLDWIDE

สารจากท่านประธาน


มุ่งสร้างนวัตกรรมในยุคต่อไป...
ทั้งสินค้าและบริการ...
ก้าวสู่ธุรกิจเครือข่ายโลก...
ด้วยการพัฒนาหุ้นส่วนธุรกิจ MIR...
เข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกมวลชน

จากใจถึงใจ


สวัสดีท่านสมาชิกครอบครัวเอ็มไออาร์ทุกท่าน และขอขอบคุณที่ท่านได้ตัดสินใจเลือกทำธุรกิจกับเอ็มไออาร์ จากการทุ่มเททำงานด้านการค้นคว้าวิจัยพัฒนาสินค้าใหม่ๆ และดำเนินธุรกิจด้านความงามและสุขภาพ หรือเรียกว่าธุรกิจดูดีมีสุขมากกว่า 30 ปี ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ หรือมิติต่างๆ ของโลกทั้งทางด้านสังคมธุรกิจ และนวัตกรรมของสินค้าต่างๆ เช่นการฟังเพลงจากเทปบันทึกเสียง 8 เทรค (TRACK) มาเป็นแคสเซ็ตเทป แผ่นดิสก์และมาเป็นดิจิทัลแบบไอพอดในปัจจุบัน หรือการบันทึกภาพด้วยฟิล์มขาวดำ มาเป็นฟิล์มสี และในที่สุดเป็นการบันทึกภาพแบบดิจิทัลโดยไม่ใช้ฟิล์มเลย ทางการแพทย์ก็เช่นกันจากการวินิจฉัยโรคด้วยภาพจากแผ่นฟิล์มเอ็กซเรย์ก็พัฒนามาเป็น MRI (Magnetic Resonance) ซึ่งให้ภาพ 3 มิติบนจอมอนิเตอร์ จึงช่วยวินิจฉัยได้แม่นยำกว่าเดิมมาก การวินิจฉัยยีนซึ่งไม่เคยมีมาก่อน ในปัจจุบันเราก็สามารถวินิจฉัยโรคที่เกิดจากยีนได้แม่นยำเช่นกัน ดังนั้นจึงไม่มีนวัตกรรมใดและองค์กรใดๆสามารถอยู่ค้ำฟ้าได้โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเองให้สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป

ธุรกิจที่สามารถจะอยู่ค้ำฟ้าคู่เราตลอดไปก็คือ ธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพและความงาม ทั้งนี้เพราะทุกศาสตร์ ทุกนวัตกรรมบนโลกใบนี้ล้วนก่อเกิดมาเพื่อรับใช้ให้มนุษย์ดูดี อยู่ดีมีสุข เอื้ออำนวยให้มนุษย์สะดวกสบายขึ้น อายุยืนยาวขึ้น แข็งแรงมากขึ้น และอยู่อย่างปราศจากโรคภัย ดังคำทำนายของนักวิทยาศาสตร์ที่ว่า หากเรามีอายุยืนยาวต่อไปอีกสัก 20 ปี เราทุกคนก็สามารถมีอายุยืนยาวไปถึง 100 ปีได้ เพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่สำคัญ 3 ด้านของโลก คือเทคโนโลยีด้าน ชีวภาพเชิงโมเลกุล (เช่นต่อไปมนุษย์ทุกคนก็จะรู้รหัสยีนส่วนตัวของตนเอง ซึ่งจะช่วยในการวินิจฉัยและการบำบัดโรคได้ในระดับยีนและระดับโมเลกุลได้) เทคโนโลยีด้าน ควอนตัม และเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์

การเปลี่ยนแปลงทางด้านสื่อสารและพรมแดนการค้า ทำให้การดำเนินธุรกิจในยุคต่อไปต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงการมาถึงของโซเชียลมีเดีย (Social Media) ต่างๆในยุคโลกาภิวัตน์ การค้าเสรี และประชาคมเศรษฐกิจต่างๆ ทั่วโลกที่เกิดขึ้น รวมถึงประชาคมเศรษฐกิจอาเซี่ยน (AEC) ที่จะรวมกันอย่างสมบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคม 2558 ที่กำลังจะมาถึงดังนั้นผู้บริโภคจะเข้าถึงแหล่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ (Real Time) ซึ่งมีแหล่งข้อมูลหลากหลาย และมีแหล่งความรู้มากมายที่ให้ค้นหาและให้คำปรึกษา ดังนั้นสินค้าและบริการที่ไม่มีคุณที่ไม่มีคุณภาพจริง ไม่คุ้มค่า ไม่รู้ราคา ไม่คุ้มราคาจะอยู่ไม่ได้เพราะความฉลาด และรู้เท่าทันของผู้บริโภคนั่นเอง

นอกจากนี้ความสะดวกซื้อของผู้บริโภคก็เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดเช่นกัน ดังนั้นการกระจายสินค้าให้ทั่วถึง หาซื้อได้ทุกที่ ทุกเวลาจึงเป็นหน้าที่ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของบริษัทที่จะต้องพัฒนาไปให้ถึง จากความจริงที่ว่าธุรกิจเครือข่ายขายตรงก็เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจค้าปลีกที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬาร มูลค่าในปี 2554 เฉพาะตลาดในประเทศไทย ข้อมูลจากสมาคมค้าปลีกได้ประเมินมูลค่าธุรกิจค้าปลีกไว้ที่ 1.4 ล้านล้านบาท ในขณะที่มูลค่าตลาดขายตรงทั้งประเทศมีตัวเลขรวมประมาณ 65,000 ล้านบาท ซึ่งจะเห็นว่ามูลค่ารวมของตลาดขายตรงเปรียบเทียบไม่ได้เลยกับมูลค่าตลาดค้าปลีกและจากความจริงที่ว่าเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการแข่งขัน 360 องศากับช่องทางขายปลีกทุกช่องทางได้ เราจึงจำเป็นต้องก้าวเข้าสู่ธุรกิจค้าปลีกอย่างไม่มีทางเลือก โดยเราจะมุ่งพัฒนาหุ้นส่วนธุรกิจเอ็มไออาร์นอกจากมีความรู้อย่างดีในตัวสินค้าที่เป็นนวัตกรรมในยุคต่อไปนี้แล้ว ยังต้องมีความรู้และทักษะในการบริหารงานการตลาดแบบเถ้าแก่น้อยในแบบฉบับของเอ็มไออาร์ เพื่อให้เกิดความสะดวกซื้อสูงสุด ราคาถูกสุด และคุ้มค่าสุดนั้นเอง

จากการมาถึงของสื่อดิจิทัลรูปแบบใหม่ๆ และโลกาภิวัฒน์ การค้าเสรีไร้พรมแดน ซึ้งการค้าธุรกิจเครือข่ายขายตรงโลกย่อมมีมูลค่าใหญ่โตมหาศาล เมื่อเทียบกับมูลค่าตลาดขายตรงในประเทศไทย จึงเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่เอื้ออำนวยให้ธุรกิจเอ็มไออาร์ สามารถก้าวสู่ตลาดโลกจากสภาวะแวดล้อมโลกในยุคใหม่ที่มาถึง ดังนั้นบริษัทจึงมุ่งพัฒนาหุ้นส่วนธุรกิจ เอ็มไออาร์ ให้ก้าวสู่ตลาดโลกพร้อมกับเรา โดยยึดมั่นในนโยบายคุณภาพดังนี้

สร้างนวัตกรรม นำยุค ให้ล้ำหน้า
ให้ดูดี มีค่า ไร้โรคภัย
บริหาร ด้วยใจ ให้สะดวกสบาย
เป็นหนึ่งไว้ ลือนาม พัฒนาตาม การเปลี่ยนแปลง